ตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ข้อมูลสถิติล่าสุดปี 2026 ชี้ให้เห็นว่าไทยเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ความเข้าใจตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่ต้องการทำธุรกิจออนไลน์หรือลงทุนในภาคส่วนนี้
มูลค่าตลาดและอัตราการเติบโต
ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2026 มีมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท หรือราว 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 18% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศถึง 5 เท่า
เมื่อเทียบกับตลาดอีคอมเมิร์ซในอาเซียน ไทยอยู่ในอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม แต่ถ้าวัดด้วยอัตราการเจาะตลาด (e-commerce penetration) ไทยอยู่ในอันดับต้นๆ โดยการซื้อสินค้าออนไลน์คิดเป็นสัดส่วนราว 14% ของยอดค้าปลีกรวมทั้งประเทศ
หมวดสินค้าที่มียอดขายสูงสุดคือแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย คิดเป็น 25% ของมูลค่าตลาด รองลงมาคืออิเล็กทรอนิกส์ 22% และสินค้าอุปโภคบริโภค 18% โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หมวดสินค้าสุขภาพและความงามเติบโตเร็วที่สุดที่ 35% ต่อปี
มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ 650 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 500 บาทในปี 2023 สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น และยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่มีคุณภาพ
แพลตฟอร์มและผู้เล่นในตลาด
ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีผู้เล่นหลักอยู่ไม่กี่ราย โดย Shopee ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ประมาณ 38% ตามมาด้วย Lazada ที่ 28% TikTok Shop ที่ 20% และแพลตฟอร์มอื่นๆ อีก 14%
การเติบโตของ TikTok Shop น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะภายในเวลาเพียง 3 ปีนับจากเข้าตลาดไทย สามารถขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยความแข็งแกร่งของ content-driven commerce และ live streaming ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่
จำนวนผู้ขายออนไลน์ในประเทศไทยอยู่ที่ราว 4.5 ล้านราย โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กและ SME ที่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการขาย ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นกว่า 30% จากช่วงก่อนโควิด-19 สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตโรคระบาดเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ
พฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ไทย
จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยอยู่ที่ 56 ล้านคน หรือ 79% ของประชากร โดยในจำนวนนี้ประมาณ 48 ล้านคนเคยซื้อสินค้าออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และราว 32 ล้านคนเป็นผู้ซื้อสม่ำเสมอที่ซื้ออย่างน้อยเดือนละครั้ง
ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคชอบช้อปออนไลน์มากที่สุดคือช่วง 20.00-23.00 น. คิดเป็น 35% ของยอดคำสั่งซื้อทั้งหมด รองลงมาคือช่วงพักกลางวัน 12.00-14.00 น. ที่ 20% ข้อมูลนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ขายที่ต้องการกำหนดเวลาโพสต์โปรโมชั่นให้ตรงกับช่วงที่มีผู้ชมมากที่สุด
การชำระเงินผ่านพร้อมเพย์และโอนผ่านแอปธนาคารยังคงเป็นวิธีที่นิยมที่สุดในไทย คิดเป็น 45% ของธุรกรรมทั้งหมด ตามมาด้วยบัตรเครดิต/เดบิต 30% และ COD (เก็บเงินปลายทาง) 20% อีก 5% เป็นวิธีอื่นๆ
ปัจจัยที่ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญมากที่สุดในการตัดสินใจซื้อออนไลน์คือราคาและโปรโมชั่น (72%) รองลงมาคือความน่าเชื่อถือของผู้ขาย (65%) และความสะดวกในการจัดส่ง (58%) ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นยังคงเป็นกลยุทธ์หลักในตลาดอีคอมเมิร์ซไทย แม้ว่าผู้บริโภคจะเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ
ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังคงมีศักยภาพการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่การเจาะตลาดยังต่ำกว่ากรุงเทพฯ อีกมาก การทำความเข้าใจตัวเลขและแนวโน้มเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำและประสบความสำเร็จในระยะยาว